เจาะลึกข้อมูล ZX-6R [2019] และ ความรู้สึกเมื่อได้ขับขี่ / ตารางผ่อน / Promotion

October 23, 2018

คาวาซากิได้ทำการเปิดตัว ZX-6R [2019] ในไทยพร้อม ราคา 439,000 บาท 
และได้ทำการ เปิดจอง ZX-6R 2019 แล้ว  

"โดยรถจะนำเข้าในเดือนพฤษจิกายน 2561" 

**รถจะถูกประกอบนอกและนำเข้าทั้งคัน ไม่ได้ประกอบขึ้นที่ไทยนะครับ
โปรโมชั่นดังกล่าวอยู่ในระยะ 3 เดือนแรก หลังจากนี้ราคาจะปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งคาวาซากิเองก็ยังไม่ได้บอกว่าจะปรับราคาขึ้นเป็นเท่าไหร่ รอติดตามครับ

อย่างที่พวกเราทราบกันดีว่า 2019 Kawasaki ZX-6R ใหม่ มีการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอกซึ่ง ภาพแรกที่เห็นออกมานั้น หลายคนต่างให้ความคิดเห็นว่ามันดูไม่สวยเท่าที่ควร แต่เมื่อเจอตัวจริงแล้วนั้น เราต้องขอบอกว่าตัวจริงมันสวยกว่าในภาพเยอะ งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ

 

 

 ขอบคุณบทความดีดีจาก : www.motorival.com 
 

- เริ่มที่ด้านหน้า แม้ชุดไฟจะดูยกมาจาก Ninja400 (ไฟหน้า LED) แต่ 2019 ZX-6R มีจุดที่แตกต่างจาก ช่อง Ram Air ไว้ดักอากาศเข้ากรอง เพื่อเพิ่มสมรรถนะในด้านพละกำลังเครื่องยนต์ให้แรงยิ่งขึ้น ขณะที่กระจกมองข้างยังคงเป็นทรงเดียวกันกับ Ninja 400 เช่นกัน 

 

 

- ชุดไฟท้าย และเบาะตั่งตอนท้าย ยกมาจากพี่ใหญ่ ZX-10R แต่ในส่วนของแฟริ่งด้านท้ายดูสวยงามและโฉบเฉี่ยวขึ้นซึ่งเรียกได้ว่าเป็นบั้นท้ายของ Ninja ที่สวยงามที่สุด 

- ตัวท่อไอเสียออกข้าง ปรับจากพ่นดำ มาเป็นชุมโครม 

- ถังน้ำมันจุ 17 ลิตร มีการปรับเปลี่ยนทรงไปเล็กน้อย 


 

 

- หน้าจอมาตรวัด ตัวกรอบดีไซน์แบบเดียวกับ Ninja 400, 650

แสดงความเร็วเป็นตัวเลขดิจิตอล

ส่วนวัดรอบเครื่องเป็นเข็ม Analog

มีบอกตำแหน่งเกียร์ และ ไฟ Shift Light

ปรับตั้งได้เกจ์น้ำมัน, นาฬิกาอัตราสิ้นเปลือง, ระยะทางคงเหลือที่วิ่งได้, อุณหภูมิภายนอก 

 

 

- ชุดสวิทช์ไฟซ้าย ยกมาจากพี่ใหญ่ ZX-10R มีปุ่มสำหรับปรับโหมดขับขี่ และ KTRC รวมไปถึงสวิทช์ไฟฉุกเฉินข้างแตร 

ตัวก้านคลัทช์ ปรับได้ 5 ระดับ ก้านเบรกปรับได้ 6 ระดับ 
 


ท่านั่ง แม้จะเป็นรถ Supersport แต่ 2019 ZX-6R ก็ถือว่าตำแหน่งแฮนด์ไม่เตี้ยมากนัก  ZX-6R คันนี้ น่าจะขี่เดินทางแบบ Touring ได้ไม่เมื่อยมาก

...ขณะที่องศาของแฮนด์ ถือว่ากว้างออกพอควร ทำให้ การเลี้ยวซอกแซก ต่างๆ เมื่อใช้บนถนนในชีวิตประจำวันนั้น จะทำได้ง่ายขึ้น 

- ตำแหน่งเบาะ  สูงจากพื้น 830 มม. ซึ่งเป็นไซส์ที่เรียกได้ว่าเป็นมาตรฐานของ Supersport และ Superbike โดยส่วนใหญ่ใน ZX-6R คันนี้ แม้เบาะจะสูง แต่ตัวเบาะนั่งนั้นมีความแคบลงเข้ามา จึงทำให้รู้สึกว่าเหยียบได้เต็มเท้า   
 


- เครื่องยนต์สี่สูบเรียง 
- ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 636 ลบ.ซม.
- ระบายความร้อนด้วยน้ำ, 4 จังหวะ

- รีดกำลังสูงสุดได้ 130 PS@13,000rpm (136 PS with Ram Air) และ แรงบิด 70.8 Nm@11,000rpm ส่งกำลังผ่านเกียร์ 6 Speed ที่มีระบบ KQS (Quick Shift) และระบบ Slip Assist Clutch

- เครื่องบล็อกนี้ ได้ปรับจูนเรื่องของไอเสียให้ผาน Euro4 ซึ่งนี่คือเหตุผลสำคัญที่ ทำให้ 2019 ZX-6R ใหม่ คันนี้ สามารถเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยได้เสียที


- Kawasaki ได้อธิบายเหตุผลที่ทำให้ปริมาตรความจุกระบอกสูบที่เพิ่มขึ้นอีก 37 ลบ.ซม. เมื่อเทียบกับรถซูเปอร์สปอร์ตพิกัดกลาง ‘ทั่วไป’
เพราะ Kawasaki ต้องการผลิตรถที่แรง อย่างเช่นรถในคลาส 300cc ก็เลือกที่จะอัพเพิ่มไปเป็น 400cc เพราะต้องการสมรรถนะที่โดดเด่นในเรื่องของความแรงนั่นเอง

 

  

- โหมดการขี่ของ ZX-6R ใหม่ ปรับได้ Full และ Low

ซึ่ง Low จะตอนกำลังเหลือเพียง 60% ของกำลังสูงสุด เพื่อเอาไว้ขี่ใช้งานแบบสบายๆ หรือ ในสภาพพื้นผิวที่ลื่น

- เริ่มต้นติดเครื่องยนต์ ลองเปิดคันเร่งฟังเสียงดูเสียหน่อย พบว่า ช่วงเดินเบา และเดินคันเร่งรอบต่ำๆ นั้นดูค่อนข้างออกเสียงนุ่มๆ แห้งๆ ไม่ดุดัน หรือดิบเท่าใดนัก
แต่เมื่อเปิดคันเร่งที่รอบสูงขึ้น แน่นอนว่าสไตล์เครื่องแบบ Supersport ที่เน้นรอบจัดจ้าน เริ่มแผดเสียงที่คำรามอันเกรี้ยวกราด ออกมาให้เราได้ยินมากขึ้น
ที่แผงคอระบุ Noise ไว้ว่า มีความดัง 91 dB @6,750rpm (มาตรฐานเรื่องความดังของท่อไอเสียบ้านเราต้องไม่เกิน 95 dB ดังนั้นหากเปลี่ยนท่อไอเสียมา ทะลุเกินค่าแน่นอน) 

..ออกตัวกำคลัทช์ แอบรู้สึกว่าน้ำหนักคลัทช์หนักไปนิด แม้จะมีระบบ Slip Assist Clutch มาช่วยแล้ว (หนักกว่า ZX-10R นิดหน่อย)ต่อมาค่อยๆ เปิดคันเร่งออกตัวพบว่า แม้จะเป็นโหมด Full แต่ การใช้คันเร่งแบบสาย จึงอาจทำให้การออกตัวจังหวะเปิดคันเร่งออกตอนแรก ไม่ได้ดูตอบสนองไวจนคุมคันเร่งยากเกินไปนักช่วงขี่ที่รอบต่ำๆ จึงดูไม่ดิบเกินไป ยังขี่ควบคุมได้ไม่ยากเย็น

 

 

การเปลี่ยนเกียร์ขึ้นนั้น  ด้วยระบบ KQS (ทำงานที่รอบตั้งแต่ 2,500rpm ขึ้นไป) ทำให้เรางัดเกียร์ขึ้นได้เลยโดยไม่ต้องผ่อนคันเร่ง และกำคลัทช์
ถือเป็น Quick Shift ที่ประทับใจมากที่สุดคันหนึ่งที่ได้สัมผัสมา เพราะ ในช่วงเปลี่ยนเกียร์ที่รอบต่ำ มันนิ่มมาก จนแทบไม่มีอาการกระตุก จนแอบคิดว่านี่เราเปลี่ยนเกียร์ขึ้นแล้วหรือยัง!
ในขณะที่การ Shift Up ขึ้นเกียร์ที่รอบสูงๆ ระดับ 10,000rpm ขึ้นไปนั้น พบว่าทำได้ดีต่อเนื่องสมูทมากๆ ไหลลื่นอย่างต่อเนื่อง 

โดยรวมผู้ทดสอบพบว่า การขี่ใช้งานแบบทั่วๆไปในเมืองคงขี่ใช้งานสัก 7,000rpm ก็น่าจะพอ สำหรับการขี่แซงรถทั่วไปบนท้องถนน

แต่เมื่อเราเปิดคันเร่งสุด และรอบเครื่องดึงไปถึงระดับแตะๆ 10,000rpm รู้สึกได้เลยว่าแรงจริง! ม้าที่เคลม 130 ตัว ถือว่ามากพออยู่แล้ว แต่เมื่อเราขี่ด้วยความเร็วสูงๆ ลมที่ปะทะเข้าทางด้านหน้าของตัวรถ ก็จะเข้ามาทางช่อง Ram Air intake เข้าไปยังกรองอากาศ ช่วยปั่นกำลังแรงม้าออกมาได้เพิ่มขึ้นอีก แน่นอนเราสัมผัสได้เลยว่ารอบที่ระดับ 10,000rpm ไปนี้ แรงกว่า Supersport คู่แข่งแบบรู้สึกได้เลยเรียกได้ว่าขี่แบบ ใช้งานทั่วไป ก็ไม่ยากเย็นนัก เพราะมี Low Mode ให้ใช้ ขณะที่จะขี่สนุกเอามันส์ แบบ Track Day เช่นนี้ คลาส 636cc นี้ก็ สนุกเพียงพอแล้ว 

 

 

- ด้านการควบคุมตัวรถในแทร็ก
ด้วยการใช้เฟรม Perimeter อลูมิเนียม จึงทำให้ตัวรถมีน้ำหนักค่อนข้างเบา 196 กก. ทำให้รู้สึกว่าการคอนโทรลรถ ทำได้คล่องพอตัว 

- โช้คหน้า UpSideDown ขนาดแกน 41 มม. (SFF-BP) จาก Showa ปรับได้ครบ 

..โช้คหน้าฝั่งซ้ายควบคุมระยะยุบของสปริง (Preload) ขณะที่ข้างขวาควบคุมความหนืดในการยุบตัว Damping (ทั้งช่วงคืนตัว Rebound และยุบตัว Compression) 

โช้คหลัง Monoshock มาพร้อม Piggyback ปรับ ได้ครบเช่นกัน

โดยรวมการใช้งานแม้แกนโช้กหน้า 41 มม. อาจจะดูขนาดเล็กไปหน่อยกับขนาดไซส์รถ แต่โดยรวมการทำงาน ซับแรงต่างๆ ยังให้ความมั่นคงได้ดี 
 

 


- ระบบเบรก  เบรกหน้าปั๊ม Radial Mount จาก Nissin 4 ลูกสูบ ทำงานพร้อมระบบ KIBS (Kawasaki Intelligent anti-lock Brake System หรือ ABS)
การชะลอความเร็วถือว่าทำได้ดีเหลือๆ ด้วยการขี่ในแทร็กเช่นนี้ผู้เขียนอาจจะไม่ได้ใช้เบรกหลังมากนัก จึงไม่ได้รับรู้ถึงประสิทธิภาพการทำงานของ ABS ที่ล้อหลัง
ที่ล้อหน้า ในจังหวะที่เราต้องเบรกหนักๆ ช่วงสุดทางตรง นั้น ABS เข้ามาช่วยทำงานในจังหวะที่เบรกหนักๆ ซึ่งถ้าขี่ใช้งานบนถนนถือว่าเข้ามาช่วยได้ทันท่วงที แต่กับการขี่ในสนามแอบอยากให้มีปิดระบบ ABS ได้ น่าจะดี   

 


- ขณะที่อีกระบบช่วยคือ KTRC (Traciton Control ปรับได้ 3 ระดับ และ ปิดได้) ซึ่ง 3 คือ เข้ามาช่วยมากที่สุดในการทดสอบวันนี้ฝนตกตลอดทั้งวัน และมีน้ำขังแทบทุกโค้ง ซึ่งค่อนข้างลื่น และอันตรายพอสมควร ผู้เขียนจึงระวังในการเปิดคันเร่งออกจากโค้ง จึงไม่ได้ลองใช้ระบบ KTRC นี้